มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
มาตรฐาน GREEN HOTEL PLUS
เกณฑ์การประเมินเทียบเท่ากับ GSTC มีอยู่ด้วยกัน 7 หมวด 39 ประเด็น 156 ตัวชี้วัด
การจัดทำ GREEN HOTEL PLUS
วิเคราะห์ GAP ANALYSIS สร้างความเข้าใจเรื่องแนวทางสีเขียวและการปฏิบัติงานที่ยั่งยืน ดำเนินงานและจัดทำเอกสารตามเกณฑ์ที่กำหนด
การตรวจประเมิน GREEN HOTEL PLUS
ทำให้มีความน่าเชื่อถือ ยกระดับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติที่ดีเทียบเท่ามาตรฐานสากล
กลุ่มบริการย่อย
มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (GREEN HOTEL PLUS)
มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (GREEN HOTEL PLUS)
มาตรฐานที่กำหนดให้โรงแรมต้องมีแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การลดผลกระทบจากการใช้พลังงานและน้ำ การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น
โดย อ้างอิงกรอบดำเนินงานและขั้นตอนตามหลักเกณฑ์โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Green Hotel Plus) ของ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล GSTC
สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://greenhotelthai.com/th/plus
หลักเกณฑ์โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Green Hotel Plus)
เกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดและการให้คำรับรองโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Green Hotel Plus) ประกอบด้วย 7 หมวด 39 ประเด็น 156 ตัวชี้วัด มีรายละเอียดดังนี้
หมวดที่ 1 นโยบายธรรมาภิบาลและการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
หมวดที่ 2 การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืน
หมวดที่ 3 การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กร
หมวดที่ 4 การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หมวดที่ 5 การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
หมวดที่ 6 การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชน และการจัดการมรดกทางประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น
หมวดที่ 7 การออกแบบอาคารและการจัดการภูมิทัศน์อย่างยั่งยืน
เป้าหมายการจัดทำ Green Hotel Plus
- ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรสีเขียว สร้างความร่วมมือในองค์กรเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
- ยกระดับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติที่ดีเทียบเท่ามาตรฐานสากลรองรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการใช้บริการโรงแรมที่มีการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
- สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่โรงแรม และกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากธุรกิจโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน
กระบวนการและขั้นตอนขอรับการรับรอง

หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก VGREEN
ประวัติ
บริษัท วี กรีน เคยู จำกัด ได้รับการเชิญจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในการเข้ารับการอบรมมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน “GREEN HOTEL PLUS” และ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “หน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน GHP” ตั้งแต่ วันที่ 20 ส.ค. 2568 เพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรฐาน GHP อันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางการตลาด สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำ ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable tourism)

คณะผู้ตรวจประเมินที่ขึ้นทะเบียน กับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

การขอรับบริการ
บริการตรวจประเมินมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน
หน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน ของ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ลูกค้าของวีกรีน
ฟาร์ม
โรงคัดบรรจุ
โรงงานอาหาร
ผู้ผลิต ส่งออก นำเข้า และจัดจำหน่าย
ผู้ค้าปลีกอาหาร: ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสด ตลาดอาหารเฉพาะ
โรงแรม ร้านอาหาร และผู้รับจัดเลี้ยง
สถาบันวิจัย และหน่วยงานราชการ
คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ ต่างกันอย่างไร
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO: Carbon Footprint of Organization) เป็นการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร ใช้แสดงข้อมูลในรายงานความยั่งยืน หรือ เป็นการประเมินความก้าวหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ส่วนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP: Carbon Footprint of Product) เป็นการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของวัฏจักร ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบ กระบวนการผลิต (รวมทั้งบรรจุภัณฑ์) การกระจายสินค้า การใช้งาน การจัดการของเสียขั้นสุดท้าย รวมทั้ง การขนส่งที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน ใช้แสดงข้อมูลในการสมัครขอรับการรับรองค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เพื่อติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์บนบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยผู้ผลิตที่ใส่ใจเรื่องโลกร้อน
คณะทำงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ควรมีใครบ้าง
ฝ่ายสิ่งแวดล้อม ฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายซ่อมบำรุง ฝ่ายผลิต ฝ่ายพัสดุ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชี
ค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษา ประเมินอย่างไร
ประเมินตามขอบเขตการดำเนินงาน หากเป็นคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร พิจารณาจากขนาด ความซับซ้อนของกิจกรรมองค์กร แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก การคำนวณข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ส่วนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ พิจารณาจากชนิดผลิตภัณฑ์ จำนวน SKUs ความซับซ้อนของกระบวนการผลิตและกิจกรรมสนับสนุนการผลิต ตลอดจน กิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ การรวบรวมค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การได้รับใบรับรองและการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรใช้เวลากี่วัน
ใช้เวลาทวนสอบที่โรงงาน 1 วัน ขั้นต่ำ และสำหรับใบรับรอง โดยปกติใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะได้ใบรับรองจาก อบก.
ค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร ประเมินอย่างไร
ประเมินตามจำนวนวันทำงาน ได้แก่ Desk reviewing, On-site visit, Verification report, Responses to CARs, Draft verification statement
มีความช่วยเหลือพิเศษสำหรับ SMEs หรือไม่
สำหรับ ค่าบริการการจ้างที่ปรึกษาและผู้ทวนสอบ มีอัตราพิเศษสำหรับ SMEs และมีโครงการ DBS ของ สสว.
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bds.sme.go.th/